Archive for the ‘ การดูแลรักษารถยนต์ ’ Category

เทอร์โมสแตตในระบบระบายความร้อนมีหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิทำงานของเครื่องยนต์ให้คงที่สม่ำเสมอตลอดเวลา  ในขณะที่เริ่มใช้งานใหม่เทอร์โมสแตตจะปิด  ทำให้เครื่องยนต์ร้อนเร็วและเมื่อถึงอุณหภูมิทำงาน  เทอร์โมสแตตจะเปิดออกเพื่อให้น้ำจากหม้อน้ำไหลเข้าสู่เครื่องยนต์  เทอร์โมสแตตจะเปิดและปิดสลับกันไป  เมื่ออุณหภูมิของน้ำหล่อเย็นเปลี่ยนแปลงซึ่งช่วยรักษาอุณหภูมิทำงานของเครื่องยนต์ให้คงที่สม่ำเสมอ ทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์สูงอยู่ตลอดเวลาซึ่งเป็นการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงนั่นเอง

ถ้าถอดเทอร์โมสแตตออก  จะทำให้เครื่องยนต์ร้อนช้ากว่าปกติ  เพระน้ำหล่อเย็นจากหม้อน้ำจะไหลเข้าเครื่องยนต์ตั้งแต่เริ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ใหม่ ๆ  ดังนั้นช่วงเวลาก่อนที่เครื่องยนต์จะร้อนถึงอุณหภูมิทำงานของมันจะสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมาก

ตามการออกแบบของรถยนต์แต่ละประเภทโดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์จากยุโรป  มักจะออกแบบให้มีกำลังเกินพอโดยใช้นมหนูที่มีขนาดค่อนข้างโต จึงทำให้เครื่องยนต์กินน้ำมันเชื้อเพลิงมาก  แต่เราสามารถประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้โดยเปลี่ยนขนาดนมหนูให้เล็กลง  แต่การที่จะใช้ขนาดเท่าใดนั้นจะต้องทดลองเปลี่ยนดู  โดยซื้อนมหนูจากร้านที่ขายอะไหล่รถยนต์มาสัก 3-4 อัน (ราคาไม่แพงอันละประมาณ 5 บาท)  โดยเทียบจากเบอร์ของนมหนูอันที่ใช้อยู่แล้วซื้อขนาดเล็กลงเพียงหนึ่งขั้น

การเปลี่ยนนมหนูทำได้โดยถอดกรองอากาศออก  ถอด

การปรับแต่งอาจลงมือทำเองหรือให้ช่างที่ชำนาญทำก็ได้  แต่ถ้าทำเองได้จะประหยัดค่าแรงได้มาก  รายการปรับแต่งได้แก่  การตรวจสอบไส้กรองอากาศทำความสะอาดหน้าทองขาวด้วยกระดาษทรายละเอียด ถ้าชำรุดหรือเป็นหลุมเป็นบ่อควรเปลี่ยนใหม่  แล้วตั้งระยะหน้าทองขาวใหม่ให้ถูกต้องตามที่กำหนด เปลี่ยนคอนเดนเซอร์ ทำความสะอาดหัวเทียน  แล้วตั้งระยะเขี้ยวหัวเทียนใหม่ 

ถ้าในขณะเบรกรถยนต์  พบว่ามีเสียงดังออกมาจากเบรกที่ล้อ  สาเหตุของอาการดังกล่าวอาจเนื่องมาจาก

เมื่อเหยียบแป้นเบรก  ปรากฏว่าแป้นเบรกจมลึกลงไปมากกว่าปกติ  แสดงว่ามีบางสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น  ซึ่งอาจเนื่องมาจาก

เมื่อเหยียบแป้นเบรกพบว่าเบรกไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ  คือเหมือนกับว่ารถยนต์ไม่มีเบรกสาเหตุของอาการดังกล่าวอาจเนื่องมาจาก

1.  ผ้าเบรกสกปรกมากจนเกิดอาการลื่นไถลอย่างมาก  ควรถอดออกมาทำความสะอาด

2.  ใช้น้ำมันเบรกไม่ถูกต้องหรือน้ำมันเบรกเสื่อมสภาพ  ควรเปลี่ยนน้ำมันเบรกใหม่

3.  น้ำมันเบรกในระบบไม่เพียงพอ ควรเติมให้เต็ม

4.  น้ำมันเบรกรั่วไหลจากระบบ ควรตรวจสอบหารอยรั่วแล้วซ่อมแซมให้เรียบร้อย

5.  กลไกของแป้นเบรกขัดข้อง ซึ่งทำให้ไม่สามารถส่งแรงกระตุ้นแม่ปั๊มเบรกได้

6.  แม่ปั๊มเบรกชำรุด อาจเป็นเพราะซีลภายในฉีกขาดหรือเสื่อมสภาพ ตรวจสอบหาจุดบกพร่องแล้วซ่อมแซมให้เรียบร้อย

7.  ลูกปั๊มเบรกของเบรกแบบดรัมหรือคาลิเปอร์ของเบรกแบบดิสค์ชำรุด ตรวจสอบหาจุดบกพร่อง  ถ้าซ่อมไม่ได้ควรเปลี่ยนใหม่

8.  ปรับผ้าเบรกไม่เหมาะสม

9.  ลูกสูบในลูกปั๊มหรือในคาลิเปอร์ติดตาย

10.  สปริงที่แป้นเบรกอ่อนเกินไปหรือหัก

เบรกมีไว้สำหรับชะลออัตราเร็วหรือหยุดรถยนต์  เบรกจะทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานจลน์ของรถยนต์เป็นพลังงานความร้อนที่เบรกและถ่ายเทสู่บรรยากาศภายนอก

เบรกโดยทั่วไปเป็นระยะไฮดรอลิกซึ่งอาจเป็นเบรกแบบดรัมหรือแบบดิสค์  แสดงหลักการทำงานของไฮดรอลิกในระบบเบรก แป้นเบรกจะกระตุ้นลูกสูบในแม่ปั๊ม  แรงดันจากแม่ปั๊มจะถ่ายทอดไปยังลูกปั๊มที่ล้อทั้งสี่  ทำให้ลูกสูบที่ปั๊มแยกตัวออกจากกัน

ถ้ายางรถยนต์ของท่านสึกหรอเร็วกว่าปกติ หรือมีลักษณะของการสึกหรอผิดปกติ แสดงว่าอาจมีบางสิ่งผิดปกติซึ่งอาจเป็นเพราะ


เทคนิคการใช้และดูแลรถอย่างง่าย ๆ เพื่อช่วยประหยัดน้ำมัน จากภาวะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในปัจจุบัน
เทคนิคการใช้รถและดูแลรถอย่างถูกวิธี จะช่วยให้เราประหยัดน้ำมัน และค่าใช้จ่ายได้มาก
บางจาก ฯ จึงได้นำเทคนิควิธีการง่าย ๆ ที่เราคนไทยทุกคนสามารถทำได้ทันทีในชีวิตประจำวันมาฝาก
เพื่อช่วยประหยัด ทั้งค่าใช้จ่ายของคุณ และค่าใช้จ่ายของชาติ

ยิ่งอ้วนยิ่งเปลือง
รถไม่ใช่โกดังเก็บของ อะไรที่ไม่จำเป็นก็ไม่ควรเก็บไว้กับรถ เพราะน้ำหนักบรรทุกที่เพิ่มขึ้น เพียง 10 กิโลกรัม
จะทำให้เปลือง ค่าน้ำมันมากขึ้นกว่า 60 บาท ต่อเดือน

เร็วคุณภาพ
เร็วอย่างมีคุณภาพ คือ ความเร็ว 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพราะประหยัดน้ำมัน

โดยธรรมชาติของสารเคมีที่นำมาประกอบเป็นสีนั้นจะสามารถต้านทาน
และคงทนต่อสภาพแวดล้อมหรือความผันแปรของภูมิอากาศได้ดีในระดับหนึ่งเท่านั้น
หากการบำรุงไม่ดีพอหรือไม่ถูกวิธีแต่จะทำให้รถเสียเร็วยิ่งขี้น

ข้อควรระวังเพื่อการรักษาสีรถ มีดังนี้