มอเตอร์สตาร์ทหมุน แต่เครื่องยนต์ไม่ติด
Posted by adminOct 29
มอเตอร์สตาร์ทหมุน แต่เครื่องยนต์ไม่ติด หรื่อเครื่องยนต์ติดแต่เดินไม่เรียบ มักมีสาเหตุมาจาก
- น้ำมันหมด
- น้ำมันท่วมในห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์
- น้ำมันไม่ขึ้นถึงคาร์บูเรเตอร์
- เครื่องยนต์ร้อนจัดเกินไป
- ไม่มีประกายไฟหรือมีประกายไฟอ่อนมากที่หัวเทียน
ถ้ามอเตอร์สตาร์ทและเครื่องยนต์หมุนสม่ำเสมอดี เมื่อกดสวิทช์สตาร์ท แต่เครื่องยนต์ทำอย่างไรก็ไม่ยอมติด เมื่อเป็นเช่นนี้ แสดงว่าแบตเตอรี่และระบบสตาร์ทไม่มีอะไรเสีย
เพื่อจะให้เครื่องยนต์เดินเรียบสม่ำเสมอดีจำเป็นจะต้องพร้อมด้วยตัวประกอบสามประการคือ
1. แรงอัดในกระบอกสูบเป็นไปตามปกติ
2. ส่วนผสมของน้ำมันเชื่อเพลิงกับอากาศถูกต้องดี
3. มีประกายไฟกระโดดที่เขี้ยวหัวเทียนแรงดี
ที่จริง ถ้าแรงอัดในกระบอกสูบเป็นไปตามปกติแล้ว มันจะไม่ลดลงไปได้ง่ายๆ ฉะนั้น ข้อขัดข้องจึงน่าจะอยู่ที่ระบบน้ำมันเชื้อเพลิงข้อ 2.และระบบไฟจุดระเบิด ข้อ 3.เมื่อเนเช่นนี้ควรใช้วิธีตรวจสอบดังต่อไปนี้
มีน้ำมันในถังหรือเปล่า
ดูเกจวัดน้ำมัน หรือใช้ไม้เล็กๆหรือท่อพลาสติกสอดเข้าไปในถังดู ถ้ามีน้ำมันพอ ให้ตรวจที่ขั้วต่อของสายไฟแรงสูงตรงที่ต่อกับคอยส์ จานจ่ายไฟ หัวเทียน ฯลฯ ถ้าหลวมที่ตรงไหนก็ทำให้มันแน่นเสีย ถ้าเปียกก็ให้ใช้ผ้าแห้งที่สะอาดเช็ดให้แห้งเมื่อตรวจดังกล่าวเสร็จแล้ว ลองสตาร์ทเครื่องดูใหม่แต่ถ้าเครื่องยังไม่ยอมติด ให้ตรวจจุดต่อไปนี้
ปริมาณน้ำมันในคาร์บูเรเตอร์มีพอเหมาะสมหรือไม่
เราอาจทราบปริมาณของน้ำมันเชื้อเพลิงในห้องลูกลอยของคาร์บูเรเตอร์ได้โดยง่าย โดยมองดูทางหน้าต่างกระจกที่ทำไว้ที่ผนังของห้องลูกลอยของคาร์บูเรเตอร์ ระดับของน้ำมันเชื้อเพลิงจะพอดีถ้าสูงเท่ากับระดับมาตรฐานท่ำหนดไว้ในลูกลอย
ถ้าห้องลูกลอยไม่มีหน้าต่างกระจก ถอดหม้อกรองอากาศออกและเปิดวาลส์ควบคุมอากาศเข้าคาร์บูเรเตอร์เร็วๆในขณะที่มองลงไปในคาร์บูเรเตอร์จากทางด้านบน
ถ้าแลเห็นน้ำมันพุ่งออกมาจกนมหนูแสดงว่ามีน้ำมันในคาร์บูเรเตอร์แล้ว ระบบน้ำมันเชื้อเพลิงจึงเป็นปกติไม่มีอะไรเสีย ส่วนที่บกพร่องจะต้องอยู่ในระบบไฟ
ถ้าระดับน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่สูงกว่าระดับลูกลอย แปลว่าน้ำมันเข้าคาร์บูเรเตอร์มากเกินไปและเรียกกันว่าน้ำมันท่วม ในกรณีที่ห้องลูกลอยไม่มีช่องกระจกสำหรับดู ก็อาจรู้ว่าน้ำมันท่วมหรือไม่ โดยถอดหม้อกรองอากาศออกและตรวจภายในของคาร์บูเรเตอร์ ถ้าข้างในเปียกแสดงว่าปริมาณเชื้อเพลิงมากเกินไป ตามปกติแล้วเราอาจตัดสินได้ว่าน้ำมันท่วมโดยดูจากการที่น้ำมันซึมขึ้นมาบนฝาของห้องลูกลอย
ในกรณนี้จะติดเครื่องได้ยากมาก เพราะมีน้ำมันเข้าไปในกระบอกสูบมากเกินควร
การที่น้ำมันท่วมนี้ส่วนมากเกิดจากวาล์วที่ควบคุมน้ำมันเข้าห้องลูกลอยขัดข้อง อาจมีผงติดอยู่หรือกลไกส่วนใดส่วนหนึ่งของมันติดขัดทำให้ไม่สามารถจะปิดได้สนิท
เมื่อตรวจพบน้ำมันท่วมให้ทำดังต่อไปนี้ ก่อนจะสตาร์ทเครื่อง
เพื่อที่จะให้น้ำมันไหลออกจากห้องลูกลอยให้คลายเกลียวที่หน้าต่างคาร์บูเรเตอร์เป็นแบบมีหน้าต่าง
ถ้าห้องลูกลอยไม่หน้าต่าง มีแต่จุกสำหรับถ่ายน้ำมัน ให้คลายจุกถ่ายน้ำมัน เมื่อน้ำมันไหลออกจากห้องลูกลอยหมดแล้ว สตาร์ทเครื่องดังวิธีต่อไปนี้ อุปสรรคจะหมดไปแทบทุกกรณี
วิธีสตาร์ทเครื่องยนต์ที่น้ำมันท่วมให้ทำดังนี้
เหยียบคันเร่งให้จม แล้วหมุนเครื่องยนต์ติดต่อกันด้วยมอเตอร์สตาร์ทน้ำมันที่เข้าไปในท่อไอดีและกระบอกสูบจะจางไป และเครื่องยนต์จะติดได้ เมื่อเครื่องยนต์เดินเร็วขึ้น ค่อยๆผ่อนคันเร่งน้ำมันให้พอดีเพื่อกันไม่ให้เครื่องหมุนเร็วเกินไป ถึงแม้จะทำดังกล่าวแล้วแต่เครื่องยนต์ยังไม่ยอมติด และระดับน้ำมันยังขึ้นสูงกว่าระดับลูกลอยในห้องลูกลอย ในกรณีนี้ให้เลิกแก้ฉุกเฉินและนำรถไปให้อู่แก้
ถ้าระดับน้ำมันในห้องลูกลอยต่ำกว่าระดับลูกลอย น้ำมันเข้าคาร์บูเรเตอร์จะน้อยเกินไป ให้ตรวจถังน้ำมัน ถ้ามีน้ำมันให้ตรวจดูที่ลูกถ้วยของหม้อ กรองน้ำมันเชื้อเพลิง ถ้าลูกถ้วยมีน้ำมันแสดงว่าระบบน้ำมันเชื้อเพลิงจนถึงลูกลอยเป็นปกติ ฉะนั้นที่กรองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดอยู่กับทางน้ำมันเข้าคาร์บูเรตอร์ จะต้องสกปรก ถอดที่กรองออกมาทำความสะอาด
ถ้าไม่มีน้ำมันในลูกถ้วยของหม้อกรอง อาจเป็นเพราะขัดข้อข้องในท่อทางน้ำมันจากถังน้ำมันไปยังหม้อกรองน้ำมัน หรือที่ตัวปั๊มน้ำมัน ให้ตรวจหัวต่อที่มีลูกศรชี้ เพื่อดูว่ามีน้ำมันรั่วหรือมีอากาศเข้าหรือไม่ และให้ขันข้อต่อให้แน่นด้วยประแจปากตายหรือประแจเลื่อนแล้วจึงลองสตาร์ทดูอีกทีถ้าเครื่องยังคงไม่ยอมติด ควรให้อู่แก้


Leave a Reply